Home Audio: KEF

KHT3005SE Home Cinema Speaker Package

Quick Overview 

"เรื่องความหรูหรามีราคาเห็นจะไม่ต้องพูดถึง ที่สุดของชุดลำโพงขนาดเล็กที่ผมเคยเห็นนี่ ถ้าไม่เสียงดีจริงๆ ก็ต้องประวัติดี มีเทือกเถาเหล่ากออ้างอิงกันได้ว่า มาจากตระกูลที่ทำลำโพงเป็น KHT-3000 ซีรีส์ของ KEF ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ไม่ต้องซุก ไม่ต้องเม้ม แถมยังเด่นในเรื่องของการออกแบบที่ล้ำชาวบ้านไปหลายก้าว.."

สอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ
หากมีข้อสงสัยในตัวสินค้านี้ คุณสามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 0-2864-3141 หรือจะเลือกส่งคำถามผ่านแบบ ฟอร์มข้างล่างนี้ ทางผู้เชี่ยวชาญของเราจะตอบคุณกลับไปอย่างเร็วที่สุด











สั่งสินค้ายังไง
Download:

Reviewed by GM2000 NO.139 OCTOBER 2008

KHT-3000 Series
"A quest for perfection…"

ลองนึกถึงหัวอกของคนที่ทำอะไรแปลกๆ ออกมาสักชิ้น แต่มั่นใจว่ามีอนาคตที่สดใส จนในที่สุดพอได้รับคำชมมากมาย จากนั้นก็มีแต่รอว่าจะมีทีเด็ดตามออกมาอีก เป็นภาคสอง ภาคสาม เป็นซีรีส์ยาวๆ ของลำโพงสายพันธุ์หนึ่งที่ชื่อ KHT จากผู้ผลิตจากสหราชอาณาจักร

KEF KHT Series เป็นอนุกรมของชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 แชนแนล ของ KEF ที่กวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน ทั้งรางวัล สินค้าแห่งปีของหนังสือ What Hi-Fi? UK รวมไปถึงถูกโหวตให้เป็น ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ยอดเยี่ยมแห่งปีของ EISA Awards ที่ยุโรปในปี 2001-2002 และรางวัลชุดลำโพงดีเด่นแห่งปี 2001จาก Home Entertainment Awards นั่นคือ ประวัติศาสตร์ที่ KHT-2005 รุ่นแรกที่จารึกเอาไว้ให้ KEF ได้อย่างสวยหรู

ชุดลำโพง KHT Series ของ KEF จึงกลายเป็นชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ขนาดเล็กที่ในวงการจับตามอง เฝ้าอยู่ว่าการขยับตัวครั้งต่อไปของ KHT Series จะเกิดปรากฏการณ์อะไรให้เห็นกันอีกบ้าง ซึ่งนั่นก็คือลำโพง KEF KHT-3000 ซีรีส์ ที่เราจะกล่าวถึงกันในเล่มนี้แหละครับ

• sound sweet in only one spot

ทั้งวงการที่ผ่านมาวิเคราะห์กันหน้าดำคร่ำเครียดว่า KHT Series ที่ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งก็เพราะไดรเวอร์ที่เรียกว่า KEF UNI-Q® นั่นเองครับ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ลำโพงเล็กๆ ตัวหนึ่งสามารถทำให้คนฟังรับรู้ได้ถึงตำแหน่ง และทิศทางของเสียงที่ชัดเจน แม้ถูกใช้งานในห้องที่มีขนาดไม่สมน้ำสมเนื้อกับตัวมันเองสักเท่าไหร่ โดยหลักการของ ไดรเวอร์ที่เรียกว่า UNI-Q® อธิบายสั้นๆ ก็คือ

‘เค้นเอาความถี่ที่กว้างที่สุดออกมาจากจุดกำเนิดเสียงที่น้อยที่สุด’

สำหรับ UNI-Q ของ KEF นั่นคือ ‘แค่จุดกำเนิดเสียงเดียว’ เท่านั้น

ในวูฟเฟอร์ขนาดเล็กของ KHT-3000 Series จึงตอบสนองตั้งแต่ 70Hz – 55kHz !!!

ที่สำคัญมีค่าความเพี้ยนของฮาร์มอนิกทั้งสองช่วง (2nd,3rd ) ฮาร์มอนิกอยู่ที่ 0.8% ตรง 120Hz -30kHz และ 0.3% ที่ 250Hz - 22kHz ตามลำดับ เมื่อวัดกันที่ความดัง 90 dB หมายความว่าไดรเวอร์ตัวนี้มีประสิทธิภาพในการเปล่งเสียงออกมาได้อย่างเที่ยงตรง
มาก..มาก...มาก..มาก

จนถึงสมัยนี้วิธีการอย่าง UNI-Q® นี่ ก็ยังไม่มีใครทำได้ครับเท่าที่รู้ ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์มันสมอง และ KEF เองก็ไม่ได้หวังกอบโกยเกินตัว แบบส่งไปผลิตให้มันต้นทุนต่ำๆ ในแผ่นดินใหญ่เหมือนคนอื่น รู้มาว่า KEF เลือกใช้ฐานการผลิตที่ยุโรปตะวันออกเป็นหลักควบคุมคุณภาพได้ง่ายกว่า

• ห้าไข่ไดโนเสาร์

เมื่อสี่ปีที่แล้วคงเป็นเรื่องที่แปลกตามากๆ กับรูปทรงของ KHT ซีรีส์ที่เปิดตัวแก่สาธารณชน บางคนบอกว่าเหมือนไข่ไดโนเสาร์เอามาปาดเว้าออก บางคนบอกว่าถ้าวางตามขวาง ก็มองดูแล้วเหมือนลูกกะตา ยิ่งเอาตะแกรงด้านหน้าออกก็ยิ่งเหมือนไปกันใหญ่ KHT-3000 ซีรีส์ก็ยังคงเอกลักษณ์ตรงนี้ไว้ เพิ่มความมีระดับด้วยการใช้วัสดุดำมันเงาหรูหรา ทั้งขาตั้งของชุดแซตเทิลไลต์ KHT 3001 ที่ปรับเป็นขาแขวนได้ในตัว ก็ลงตัวแบบ KHT รุ่นแรกๆ เป็นงานที่เนี้ยบตั้งแต่หน้ากากลำโพงที่เป็นแม่เหล็กเกาะ จนถึงรายละเอียดของขั้วต่อลำโพงด้านหลังสวยหรูคล้ายลูกกระสุน พิถีพิถันกับการเก็บการซ่อนสายลำโพงในตำแหน่งต่างๆ เรื่องนี้ก็เป็นอะไรที่ KEF ไม่ต้องการให้มีข้อตำหนิติติงแม้แต่น้อย

ตัว UNI-Q ไดรเวอร์ของรุ่น 3001 นี่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายจุด ที่เห็นชัดๆ ก็คือ ซี่อะลูมิเนียมด้านหน้าที่ทำเป็นแฉกคล้ายกลีบของดอกไม้ เอาไว้ช่วยกระจายเสียงแหลมที่ฝังตัวอยู่ในวูฟเฟอร์ขนาด 4.5 นิ้ว ซึ่งย้ายท่อพอร์ตไปด้านหลังมีโฟมอุดมาให้ เผื่อต้องการลดปริมาณของเสียงความถี่ต่ำลง ในทางปฏิบัติถ้าไม่วางชิดผนังมากผมก็ว่าก็ไม่น่าจะจำเป็นต้องใช้มัน

ลำโพงเซ็นเตอร์แชนแนลของชุดนี้จะแตกต่างจากชุดแซตเทิลไลต์ทั้งสี่ตัวอีกหน่อย เพราะมีวูฟเฟอร์เล็กๆ มาประกบสองข้าง ดูจากตัวเลขการตอบสนองความถี่ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมากมายกับแชนแนลอื่น แต่ก็ทำให้เปลี่ยนกลายเป็นลำโพงตู้ปิดสามทาง นัยว่าวูฟเฟอร์ขนาดเล็กๆ ที่เพิ่มขึ้นมาช่วยให้ UNI-Q ตัวหลักทำงานเบาลง เสียงสนทนา ที่ได้จะเคลียร์ชัดไม่วอกแวกในขณะที่ต้องรับภาระหนักๆ

ที่กล้ามากสำหรับการออกแบบ KHT ชุดนี้ก็อยู่ที่ตรงลำโพงแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ HTB2 Sub ออกแบบมาเป็นทรงกลมอูมๆ ยังไม่แบนเสียทีเดียว จะเห็นวูฟเฟอร์อยู่ทั้งสองด้านแต่เป็นวูฟเฟอร์จริงๆ หนึ่งตัว อีกด้านหนึ่งจะเป็นพาสซีฟเรดิเอเตอร์ หรือเป็นดอกลำโพงที่ไม่มีแม่เหล็ก จะทำงานขึ้นลงเหมือนเป็นลำโพงตัวหนึ่งเมื่อปริมาตรอากาศในตู้ถูกกระตุ้น HTB2 ออกแบบมาให้วางได้สองอย่าง วางตั้งอย่างในรูป หรือวางนอนโดยใช้เดือยแหลมจิกลงไปที่พื้นในตำแหน่งที่ KEF ออกแบบมา กำลังขับของแอมป์ภายในขนาด 250 วัตต์ คลาส D กับชุดคอนโทรลที่ออกแบบมาอย่างง่ายๆ โดยมีแค่เฟสคอนโทรล กับสวิตช์เลือกความดังเสียงอยู่สามระดับแค่นั้น คือใจหนึ่ง KEF ต้องการออกแบบซับวูฟเฟอร์ให้สามารถโชว์ได้ ขณะเดียวกันก็ลดความวุ่นวายในการเซ็ตอัพลงให้ง่ายขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ไม่ได้มีพื้นฐานอะไรเชี่ยวชาญมากนัก ซึ่งเดี๋ยวนี้เราพึ่งพาอุปกรณ์ช่วยเซ็ตเสียงอัตโนมัติที่มีอยู่ในเอวีรีซีฟเวอร์แต่ละยี่ห้อได้อุ่นใจขึ้น ก็อย่าไปวิตกกับปุ่มหมุน ปุ่มเซ็ตที่หดหายไปสำหรับวับวูฟเฟอร์ตัวนี้

• การเซ็ตอัพและคุณภาพเสียง

ช่วงการนวดลำโพงแต่ละตัวให้เข้าที่ ผมมีโอกาสเอา KHT 3001 เอาไปต่อแทนลำโพงของชุดคอมโพเน้นท์เล่นสนุกๆ คือด้วยราคาของมันคงไม่ใช้คู่ที่เหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวง แต่ทำให้รู้ว่า ลำโพง KEF ตัวนี้ให้เสียงที่เหมาะกับการฟังเป็นแบคกราวนด์มิวสิคที่ดีมากๆ อีกรุ่นหนึ่ง เสียงมันกังวาน ลอยละล่องชุ่มชื่นหัวใจดีนักแล ยิ่งได้ไดรเวอร์ที่เก็บรายละเอียดของลูกเอื้อน ลูกคอได้หมดจด คือไม่ว่านั่งอยู่จุดไหนก็รับรู้ได้ชัด เพียงแต่ว่าดัง-ค่อยอยู่ที่เวลาระยะห่างของเรากับจุดกำเนิดเสียงเท่านั้น จัดให้ไปอีกอัลบั้มหนึ่งครับ ของคุณชรินทร์ นันทนากร ชุด อภิมหาอมตะนิรันดร์กาล 3 ของออนป้าดั้งเดิม แผ่นนี้เสียดายดนตรีน่าจะเป็นแซมปลิ้งผสมมาเยอะหน่อย หางของเสียงแหลมจะห้วนๆ ทื่อๆ แต่ได้เสียงร้องของคุณชรินทร์มาช่วยเติมให้มีชีวิตชีวา ต้องยอมรับว่าโชคดีที่คราวนี้หยิบมาถูกจังหวะพอดี นานครั้งที่จะลงล็อกแบบนี้

ผมย้าย KHT-3000 ซีรีส์เข้ามาในห้องทดสอบขนาดประมาณยี่สิบตารางเมตร เคลียร์ให้เหลือเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้งาน ดูห้องมันโล่งตาเลยครับ โล่งกว่าลำโพงชุดที่เราใช้อยู่ประจำมาก ยิ่งถ้าเอาแขวนแปะผนังในห้องนี้ได้ผมคงทำไปแล้ว KHT-3000 ซีรีส์เป็นทางออกอีกอย่างสำหรับคนที่ไม่ต้องการให้ห้องหับเป็นที่ชุมนุมของลำโพงตัวใหญ่ๆ เกะกะ แต่งห้องไว้สวยๆ แต่โดนอะไรมาบดบังทัศนวิสัยมันก็ยังไงๆ อยู่ ว่าไหมครับ

ประเด็นใหญ่ใจความที่น่าจับมาเป็นข้อสังเกตของลำโพงไข่ไดโนเสาร์ชุดนี้คือ เรื่อง ‘แมตชิ่ง’ ครับ

KHT-3000 ชุดนี้ทำตัวเป็น ‘เด็กแนว’ ทันสมัย แท้ที่จริงละเอียดอ่อน ‘เซ้นซิทีฟ’ น่าดูชมเลยครับ ไม่ยินยอมพร้อมใจกับการปรุงแต่งประเภทที่ว่าหาแอมป์มาสักตัว แล้วอาศัยวงจรปรับแต่งจูนนี่ ฟังแล้วชวนให้หงุดหงิดพิกล ไม่ใช่เรื่องตัวเลขกำลังขับเสียด้วย มันเกี่ยวกับพื้นฐานความพิถีพิถันของเอวีรีซีฟเวอร์ ที่รุ่นสูงๆ มักจะมีความพร้อมเรื่องคุณภาพเสียงมากกว่า

KHT-3000 ซีรีส์ชอบเอวีฯ ที่ขายคุณภาพเสียง มากกว่าสู้กันด้วยตัวเลขธรรมดาๆ...

KHT-3000 จะบอกสัญญาณให้รู้ในลักษณะ แหลมไปได้ไม่สุด ทุ้มล่างจากซับวูฟเฟอร์ก็ทะลักออกมา หนักไปทางเว่อร์ๆ สักนิดด้วยซ้ำ ความกังวานที่เป็นจุดเด่นของ UNI-Q® ครั้งที่เคยได้ยินก็ลดอารมณ์แบบนั้นลงไป

พอได้อะไรๆ ที่สมน้ำสมเนื้อกัน คราวนี้ เหมือนตื่นจากภวังค์ เหมือนเด็กได้ของเล่นอันโปรดปราน ทำให้เรากระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตา อย่างแผ่นบลู-เรย์ของ DTS 2008 ฉากในหนังเรื่อง ‘X-Men:The Last Stand’ เสียงต้องไม่อัดอั้น ทั้งเสียงสนทนา เสียงซาวนด์เอฟเฟ็กต์ มีชั้นการสวิงไดนามิกของใครของมันทั้งเสียงพูดที่ตะโกนย้ำ และซาวนด์แทร็คที่คลออยู่ลึกลงไปเป็นฉากหลัง โดยเฉพาะเสียงความถี่ต่ำจาก HTB2 ตัวนี้ ต้องยอมรับว่ากลายเป็นไม้ตายของชุดนี้ได้เลย KEF ออกแบบวูฟเฟอร์แค่ขนาด 10 นิ้ว มีปริมาตรประมาณสิบห้าลิตร ให้เสียงคับห้อง ไม่แสดงอาการออกมา ผมก็เลยไม่ต้องมายับยั้งชั่งใจอะไรกับมัน อย่างนี้ผมก็ไม่ปรานีอยู่แล้ว สงสารคนอยู่นอกห้องที่ต้องพลอยทนฟังเสียง ตึม..ตึม...ตึม เป็นวันๆ ไปด้วย เห็นบอกว่าวิศวกรของ KEF ตั้งใจตัดความวุ่นวายของแผงคอนโทรลแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ทั่วไปลง ถึงขนาดบอกว่า เพียงแต่เสียบสายสัญญาณเสียงเข้าไป เปิดสวิตช์ มันก็พร้อมทำงานทันที เลยมีชื่อเรียกอีกชื่อเท่ๆ ว่า ‘SmartBass™’ ซะเลย

เสียงเซ็นเตอร์แชนแนลของเซอร์ราวนด์ชุดนี้ดูสุขุม นุ่มลึกจริงๆ ด้วย เสียงใหญ่เกินตัว ใหญ่กว่าขนาดของลำโพง และไม่เกิดอาการครางให้ได้ยิน นี่แสดงว่าการหล่อตู้ของ KEF แต่ละใบใช้พลาสติกที่มีความหนาแน่นสูงเอาเรื่อง ใครที่เล่นโฮมเธียเตอร์ และเน้นเรื่องแผ่นคอนเสิร์ตควรจะหาโอกาสฟังให้ได้ครับ คนที่ชอบเสียงร้องแบบเป็นเอกลักษณ์หน่อยก็มีเสน่ห์ไม่หยอก อย่างเสียงของ Roy Orbison : Pretty Women ที่อยู่ในแผ่น DTS DVD#4 เสียงเปิด กระจ่าง สะอาด และที่สำคัญเสียงลีดกีตาร์หยอกกันตอนท้ายที่ต้องบอกว่าแบบนี้แหละใช่เลย จริงๆ แล้ว KHT-3000 ซีรีส์มันผ่านด่านทดสอบหมด ทั้งสามแทร็คของซาวนด์แบบคอนเสิร์ตในแผ่นนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นชุดลำโพงขนาดเล็กๆ ก็ตาม เสียงคอร์ดกีตาร์เบสลึกๆ Am I Getting Through ของ Sheryl Crow ตอนต้นๆ ก็โชว์กันแบบที่ไม่ให้มีใครมาดูแคลน HTB2 ซับวูฟเฟอร์ตัวนี้ได้ก็แล้วกัน

สรุป

เรื่องความหรูหรามีราคาเห็นจะไม่ต้องพูดถึง ที่สุดของชุดลำโพงขนาดเล็กที่ผมเคยเห็นนี่ ถ้าไม่เสียงดีจริงๆ ก็ต้องประวัติดี มีเทือกเถาเหล่ากออ้างอิงกันได้ว่า มาจากตระกูลที่ทำลำโพงเป็น KHT-3000 ซีรีส์ของ KEF ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ไม่ต้องซุก ไม่ต้องเม้ม แถมยังเด่นในเรื่องของการออกแบบที่ล้ำชาวบ้านไปหลายก้าว

มันจึงไม่ญาติดีกับเอวีรีซีฟเวอร์ที่ยังไม่ใช่ ‘ที่สุด’ ในรุ่นสักเท่าไหร่ ดูจากราคาของลำโพงชุดนี้แล้ว เอวีรีซีฟเวอร์ที่ทำให้มันโชว์ประสิทธิภาพได้อย่างคุ้มค่าตัว ก็ต้องเคาะออกมาให้ใกล้เคียงกัน และมันไม่ชอบต้นทางของเสียงที่ผ่านการปรุงแต่งออกมามากนัก ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของ HTB2 ซับวูฟเฟอร์ก็มีจุดเด่นที่ความหนักแน่น เอื้อประโยชน์ได้ทั้งหนัง และความมันในแบบคอนเสิร์ต คาดว่าลำโพงชุดนี้คงต้องกวาดรางวัลอีกหลายสถาบันตามรอยเท้าของรุ่นพี่เมื่อหลายปีที่แล้ว แต่รางวัลทั้งหมดคงไม่มีประโยชน์ ถ้ามันไม่ได้รับแรงสนับสนุน แล้วคุณล่ะครับ ให้รางวัลชีวิตกับตัวเองบ้างหรือยัง ลองเปลี่ยนเป็นรางวัลที่มีเสียงออกมาได้ด้วย อย่าง KHT-3000 นี่เป็นไงครับ

รุ่น KHT3005SE
ระบบลำโพง Satellite - Two-Way Bass reflex, Centre - Three-Way Closed box
ขนาดไดร์เวอร์ Satellite - 115 ม.ม. (4.5 นิ้ว) Uni-Q array ขนาด 19 ม.ม. (0.75 นิ้ว) aluminium HF, Centre - 115 ม.ม. (4.5 นิ้ว) Uni-Q array ขนาด 19 ม.ม. (0.75นิ้ว) aluminium HF, 2 x 75 ม.ม.  (3 นิ้ว) LF
จุดแบ่งความถี่เสียง Satellite - 2.2kHz, Centre - 500Hz, 2.2kHz
ความไว (2.83V/1 เมตร) Satellite - 88dB, Centre - 90dB
ความถี่ตอบสนอง Satellite - 70Hz - 55kHz, Centre - 65Hz - 55kHz
ให้ระดับเสียงได้สูงสุด Satellite - 108dB, Centre - 110dB
ความต้านทาน 8 โอห์ม
การป้องกันสนามแม่เหล็กรั่วไหล มี
ปริมาตรภายใน Satellite - 1.8 ลิตร, Centre - 2.4 ลิตร
กำลังขับ 100W
น้ำหนัก Satellite - 2.0 กิโลกรัม, Centre - 2.6 กิโลกรัม
ขนาด (สูง x กว้าง x ลึก) Satellite - 245 x 125 x 150 ม.ม. (9.6 x 4.9 x 5.9 นิ้ว), Centre - 130 x 300 x 185 ม.ม. (5.1 x 11.8 x 7.3 นิ้ว)
สี High gloss black, High gloss silver

 

High Gloss Black

High Gloss Silver

Tangerine Waveguide

‘Tangerine Waveguide’ ติดตั้งอยู่ด้านหน้าตัวโดม เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนตัวของคลื่นเสียงให้มีสภาวะที่สมดุล ไม่ถูกมวลอากาศจากการเคลื่อนตัวของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ในขณะทำงานมารบกวน-ป่วนปั่น หรือทำหน้าที่จัดระเบียบคลื่นเสียงให้ไม่เกิดการตีรวนกันเอง และทำหน้าที่ป้องกันตัวโดมจากการถูกกระทบกระทั่งจากนิ้วมือไปด้วยในตัว

Uni-Q®

UNI-Q เป็นเครื่องหมายจดทะเบียนทางการค้าของ KEF ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องมายาวนาน โดยแนวคิดนี้ได้ขจัดปัญหาที่เคยพบจากการแยกไดร์เวอร์เสียงกลางและเสียงสูงออกจากกันเหมือนลำโพงทั่วๆ ไปที่ออกแบบกันมา โดยดอกแหลมฝังอยู่ในดอกกลางทุ้ม เพื่อให้ทุกความถี่เสียงมาจากจุดกำเนิดเดียวกัน (Point Source) หรือกล่าวคือ ‘แค่จุดกำเนิดเสียงเดียว’ เท่านั้น นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ได้ก่อให้เกิดตัวลำโพงในแบบ ‘single point source’ ซึ่งแวดวงนักออกแบบลำโพงต่างก็ยอมรับกันมานานแล้วว่า ตัวลำโพงในแบบ ‘point source’ นั้นสามารถให้ความสอดคล้องต้องกันของจินตภาพ (image) และสภาพเวทีเสียง (soundstage) รวมทั้งความกลมกลืนกันของเสียงได้ดีเยี่ยมยิ่งกว่าระบบลำโพงแบบธรรมดาที่แยกการติดตั้งทวีตเตอร์และมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ไว้ต่างหากจากกัน (แม้จะอยู่ใกล้ชิดติดกันก็ตาม) ในลักษณะระบบลำโพงแบบหลายทาง (2-ทางขึ้นไป) ด้วยข้อดีของ ‘UNI-Q’ จึงทำให้ได้มาซึ่งความกลมกลืนกันของเสียง รวมถึงความชัดเจนของจินตภาพและเวทีเสียงที่โดดเด่นกว่าระบบลำโพงธรรมดาทั่วไป โดยมิได้จำกัดบริเวณตำแหน่งนั่งฟังว่า จะต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างลำโพงซ้าย-ขวาเท่านั้น (นั่งขยับไปทางใดทางหนึ่งมากกว่ากันมิได้) จึงจะเป็น ‘sweet spot’ ที่เหมาะกับการรับฟังระบบเสียงสเตอริโอได้คุณภาพดีที่สุดอย่างเช่นแต่เดิมมา

Sealed Suspension Technology (SST)

อีกหนึ่งลิขสิทธิ์จาก KEF ที่ช่วยซีลช่องว่างระหว่างการขยับตัวของโคนมิดเร้นจ์และตัวทวีตเตอร์ ซึ่งส่งผลให้มีการปรับปรุงเสียงที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่เปิดเสียงดัง



KEF:

      

KEF บริษัทผู้ผลิตระบบลำโพงชื่อดังของสหราชอาณาจักร ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1961 โดย Raymond Cooke (มรณะในปี ค.ศ.1996) ซึ่งในขณะนั้นใช้สถานที่ Nissen Hut ของ Kent Engineering & Foundry ริมฝั่งแม่น้ำ Medway ในเมือง Kent เป็นที่ตั้งบริษัท อันเป็นที่มาของชื่อ “KEF”

K1 เป็นผลงานแรกสุดด้วยการเป็นระบบลำโพงแบบ 3 ทางที่โดดเด่นมาก ใช้ตัวขับเสียงเบสส์และมิดเรนจ์ที่เป็นเนื้อพลาสติกโพลีสไตรีน (polystyrene) ขึ้นรูปในสูญญากาศ (vacuum-formed) โดยใช้แผ่นฟอยล์เป็นตัวช่วยเสริมความแข็งแรงของตัวกรวย (foil-stiffened) ส่วนทวีตเตอร์นั้นเป็น ไมล่าร์ (mylar) ตามมาด้วยรุ่น Celeste ที่เป็นระบบลำโพงแบบ bookshelf ที่ประสบความสำเร็จในยอดจำหน่าย จนสามารถขยายกิจการให้มั่นคงขึ้นได้

ด้วยความที่ Raymond Cooke ค่อนข้างจะสนิทสนมมีสายสัมพันธ์อันดีกับทาง BBC ในปี ค.ศ.1966 ทาง Raymond Cooke จึงได้ริเริ่มมองวัสดุใหม่มาใช้ทำเป็นส่วนประกอบตัวลำโพงอย่างเช่น Neoprene (ยางสังเคราะห์) มาใช้เป็นขอบรอบตัวลำโพง, Bextrene มาใช้เป็นตัวกรวยลำโพงจนโด่งดัง และรุ่นระบบลำโพงที่ได้รับอานิสงค์จนลือลั่นจัดเป็นลำโพงอมตะสุดคลาสสิคที่สุดของวงการ คือ LS3/5a นั่นเอง ที่ทำยอดขายรวมมากกว่า 2 ล้านตู้ (ไม่นับรวมเวอร์ชั่นพิเศษที่ออกจำหน่ายในปี 1997)

KEF โด่งดังและเป็นที่จดจำยิ่งขึ้นเมื่อได้รับรางวัลการส่งออกยอดเยี่ยมถึง 2 รางวัลเป็นครั้งแรก (The first of two Queen’s Awards for Export Achievement) เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1970 ต่อมาในปี ค.ศ.1973 ทาง KEF ได้ทำการออกรุ่นระบบลำโพงระดับอ้างอิง (Reference Series) เป็นครั้งแรกในรุ่น 104 ที่ต่อมาได้รับการยอมรับให้เป็นมาตราฐานระบบลำโพงมอนิเตอร์สำหรับการ ส่งกระจายเสียง และแล้วในปีค.ศ.1975 ทาง KEF ก็ได้รับรางวัลการส่งออกยอดเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 (A second Queen’s Awards for Export Achievement)

ในปี ค.ศ.1986 ระบบลำโพงระดับอ้างอิงรุ่นใหม่ 104/2 ของ KEF ก็โด่งดังอย่าง มากในวงการ รวมทั้งรุ่น 107 ที่พัฒนาระบบตัวตู้มาเป็นแบบ coupled-cavity ที่บรรจุตัวขับเสียงเบสส์อยู่ภายในตัวตู้ถึง 2 ตัวโดยมี “ห้องที่ 3” ทำหน้าที่ช่องเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน ยังผลให้คุณภาพเสียงเบสส์ที่ได้ดียิ่งขึ้นกว่าธรรมดา ต่อมาในปี ค.ศ.1988 ทาง KEF จึงได้เริ่มพัฒนาหลักการ UNI-Q นี้ขึ้นมาหลังจากที่เป็นโครงการในฝันมาช้านาน

แม้ว่า UNI-Q ของ KEF มองดูจากภายนอกจะละม้ายกับตัวลำโพงแบบร่วมแกน หรือ Co-axial ด้วยว่าตัวลำโพงทวีตเตอร์จะถูกฝังอยู่ในตัวลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ เสมือนเป็นยูนิตเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงตัวลำโพง UNI-Q นี้จะเป็นแบบ Co-incident drive unit ที่มีสมรรถนะสูงกว่า Co-axial drive unit

เรา-ท่านอาจจะพอคุ้นชินกับตัวลำโพงแบบร่วมแกน หรือ Co-axial ที่จะมีตัวลำโพงทวีตเตอร์หรือ ตัวขับเสียงสูงถูกติดตั้งฝังอยู่ในแนวแกน “ใจกลาง” ตัวลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์หรือตัวขับเสียงกลาง/ต่ำ ทำให้การทำงานของทั้งตัวขับเสียงสูงและตัวขับเสียงกลาง/ต่ำเสมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มิได้แบ่งแยกอย่างชัดเจนว่า นี่คือทวีตเตอร์ นั่นคือมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว ระบบการทำงานก็ยังคงเป็นแบบ 2 ทางจำเป็นต้องมีการใช้ครอสส์โอเวอร์จำกัดขอบเขตการทำงานระหว่างตัวขับเสียงสูงกับ ตัวขับเสียงกลาง/ต่ำอยู่นั่นเอง

ก็แล้วประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำงานของตัวลำโพงแบบร่วมแกนล่ะ เป็นอย่างไร แตกต่างจาก ระบบลำโพงแบบ 2 ทางธรรมดาทั่วไปมาก-น้อยขนาดไหน ทำไมต้องคิดค้นนำเอาทวีตเตอร์ไปฝังในแนว แกนใจกลางตัวลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ให้มันยุ่งยาก

ขอให้มองย้อนไปที่ระบบลำโพง 2 ทางธรรมดาซึ่งบนแผงหน้าตัวตู้จะติดตั้งทวีตเตอร์และ มิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ไว้แยกต่างหากห่างจากกัน ด้วยระยะห่างนี้เองที่ทำให้ “ค่าเวลา” ของต้นกำเนิดสัญญาณเสียงจากทวีตเตอร์และมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์เกิดความเหลื่อมล้ำกัน (time-shift) ยิ่งถ้าการออกแบบและคิดคำนวณได้ไม่ดีพอ สัญญาณเสียงที่รับฟังจะเกิดอาการวูบวาบ โย้ไปเย้มา ขาดความคมชัดทางด้านอิมเมจเสียง การรับฟังจะไม่มีความสมจริง หมดหนทางรับรู้ได้เป็นสามมิติ

หากเราสามารถร่นระยะความห่างของตัวขับเสียงสูงกับตัวขับเสียงกลาง/ต่ำให้แคบ ได้มากเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่าเราจะสามารถลด time-shift ลงไปได้มากเท่านั้น ยิ่งหากเราเอาตัวขับเสียงสูงกับตัวขับเสียงกลาง/ต่ำให้มาแนบชิดสนิทกัน เสมือนเป็นตัวขับเดียวได้ ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไป หลักการนี้ก็เลยเป็นที่มาของตัวลำโพงแบบ Co-axial

อย่างไรก็ตามแม้จะพอมองเห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากหลักการ Co-axial อย่างเป็นรูปธรรม ทว่าก็ยังมีปัญหาติดขัดที่แก้ไขได้ยากในแง่ของเทคโนโลยีที่ยังไม่สามารถ ‘แยก’ การทำงานระหว่างตัวขับเสียงสูงกับตัวขับเสียงกลาง/ต่ำอย่างเป็นอิสระแท้จริงได้ ด้วยว่ายังคงต้องใช้ระบบแม่เหล็ก ร่วมกันอยู่ “จุดกำเนิดเสียง” ของตัวขับเสียงสูงจึงต้อง “ถอยหลัง” ลึกเข้าไปอยู่ในแกนกระบอกวอยซ์คอยล์ เพราะหาระบบแม่เหล็ก ที่มีความเข้มสูง ๆ แต่ขนาดเล็กจิ๋วมาใช้ฝังลงในช่องว่างของกระบอกวอยซ์คอยล์ในตัวขับเสียงกลาง/ต่ำไม่ได้

จนกระทั่งทาง NASA ได้มีการพัฒนาแม่เหล็กชนิดใหม่ขึ้นมาจากแร่ธาตุหายากในโลก “Neodymium/Iron/Boron” ที่ให้ค่าความเข้มเส้นแรงแม่เหล็กสูงกว่าแม่เหล็กธรรมดาทั่วไปถึง 10 เท่า KEF จึงนำมาใช้ทดแทนแม่เหล็กที่ใช้อยู่แต่เดิม โดยมีขนาดที่เล็กลงทว่ายังคงมีค่าความ เข้มเส้นแรงแม่เหล็กที่สูงมาก สามารถนำมาใช้เป็นระบบแม่เหล็กของทวีตเตอร์ฝังลงในช่องว่างของ กระบอกวอยซ์คอยล์ในตัวขับเสียงกลาง/ต่ำได้อย่างเหมาะสม

UNI-Q Speakers ของ KEF จึงเป็นจริงขึ้นมา และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาโดยตลอด จนเข้าสู่พัฒนาการในลำดับชั้นที่ 4 ซึ่งแน่นอนว่า KEF จะยังคงมีเทคโนโลยีที่รุดหน้ายิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ

KHT1005.2 Home Cinema Speaker Package

KEF ได้บุกเบิกมานานหลายปีแล้วสำหรับลำโพงขนาดเล็กที่เสียงดี พร้อมทั้งดีไซด์โฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใคร สีสวยงาม หรูหรา เหมาะแก่การประดับบ้านไปในตัว บรรจุด้วยเทคโนโลยีมากมาย อาทิเช่น Uni-Q ซึ่งสามารถทำให้ฟังคุณภาพเสียงระดับออดิไฟล์เท่ากันหมด ไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งไหนของห้อง จากตระกูล KHT รุ่นก่อนๆ ได้รับรางวัลมากมายนับไม่ถ้วนจากนิตยสารต่างประเทศชั้นนำ จนมาถึงรุ่นที่ 2 โดยรุ่นใหม่นี้จะให้พลังเสียงที่คุณคาดไม่ถึง

KHT2005.3 Home Cinema Speaker System

ถ้าคุณโปรดปรานในคุณภาพของ home entertainment รับรองคุณจะไม่ผิดหวังกับ KEF KHT2005 นี้ โดยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากหลากหลายสถาบัน โดยล่าสุดได้รับรางวัล WHAT HI-FI AWARDS 2008 นอกจากนี้ยังได้ผ่านบททดสอบมากมายจากหลายนิตยสารชั้นนำระดับโลก
 

KHT3005SE Home Cinema Speaker Package

"เรื่องความหรูหรามีราคาเห็นจะไม่ต้องพูดถึง ที่สุดของชุดลำโพงขนาดเล็กที่ผมเคยเห็นนี่ ถ้าไม่เสียงดีจริงๆ ก็ต้องประวัติดี มีเทือกเถาเหล่ากออ้างอิงกันได้ว่า มาจากตระกูลที่ทำลำโพงเป็น KHT-3000 ซีรีส์ของ KEF ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ไม่ต้องซุก ไม่ต้องเม้ม แถมยังเด่นในเรื่องของการออกแบบที่ล้ำชาวบ้านไปหลายก้าว.."

KHT6000 ACE 5.1-Channel Speaker System

ระบบลำโพงใหม่ล่าสุด ที่มีรูปลักษณ์สวยงามทันสมัย แลดูไฮเทค สอดรับกับการใช้งานร่วมกับจอภาพแบนบางทั้ง LCD และพลาสม่า ได้อย่างกลมกลืน และสมบูรณ์แบบมากที่สุด รองรับกำลังขับ 10-150W.RMS ต่อข้าง ระบบ UNIQ 108dB ได้รับรางวัลการันตีถึงคุณภาพ อาทิเช่น 

  • Home Entertainment 2001
  • What Hi Fi Awards 2003
  • International Product Design Awards 2007

*ราคาพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่สนใจ*