Wharfedale Pro
Wharfedale Pro ตำนานเครื่องเสียงจากเกาะอังกฤษ 75 ปีแห่งความสำเร็จ และเส้นทางสู่อนาคต ของตลาดในประเทศไทย กับ "บริษัทโฮม ไฮ- ไฟ จำกัด"
เส้นทางจากอดีตปัจจุบันของอุตสาหกรรมเครื่องเสียง หรือระบบเสียงนั้นมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายทั้งการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม และเทคโนโลยีต่าง ๆ มีการปฏิวัติทางการตลาด มีการผ่านยุคแห่งความรุ่งเรือง ผ่านยุคแห่งความยากลำบาก ตลอดเวลานั้นมีบรรษัทผู้ผลิต อย่างมากหน้าหลายตา เข้าออกในอุตสาหกรรมยากที่จะมีแบรนด์สินค้าที่อยู่คงทนยาวนาน และเป็นที่ยอมรับมาจนถึงทุกวันนี้
แต่ก็มีที่กลายเป็นตำนานที่ยังคงเป็นแรงพลักดันทางการตลาดและการแข่งขันของทุกวันนี้ ในวันนี้แบรนด์สินค้าที่มีชื่อว่า Wharfedale กำลังฉลองครบรอบ 75 ปี แห่งความสำเร็จและประกาศเส้นทางสู่อนาคตอย่างมุ่งมั่นภายใต้ผู้นำเข้าอย่าง "บริษัทโฮม ไฮ-ไฟ จำกัด"
ในปัจจุบันการอุตสาหกรรมมีส่วนผสมมากมายเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งเรื่องของการวิจัยและพัฒนา ความก้าวหน้าทางวิศวกรรม ช่องทางการตลาด ช่องทางการขนส่งสินค้าและการกระจาย สินค้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก จึงเป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมากว่าอาณาจักรกลุ่มอุตสาหกรรมของ IAG หรือ ผู้ผลิต Wharfedale Pro นั้น จะนำพาแบรนด์สินค้าระดับคลาสสิกที่อยู่ ภายใต้การดูแลเข้าสู่ยุคใหม่อย่างไรเรามาร่วมกันย้อนรอยอดีตไปดูความเป็นมาของ Wharfedale สุดยอดแบรนด์สินค้าด้านเครื่องเสียงและร่วมเป็นสักขีพยานในการก้าวไป ข้างหน้าของ "บริษัท โฮม ไฮ-ไฟ จำกัด" กัน
ตำนานของ Wharfedale Pro
ประเทศอังกฤษเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงเครื่องเสียงว่าเป็นบ้านของผู้ผลิตเทคโนโลยีระดับลำ โพงชั้นนำของโลกทั้งในแง่ของนวัตกรรมการออกแบบที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และคุณภาพเสียงใน ระดับสุดยอด ชื่อเสียงนี้ถูกสร้างจากความพยายามนับหลายสิบปีของบริษัทผู้ผลิตลำโพงชั้นนำ ของโลกหลายบริษัท ที่ได้พยายามออกแบบพัฒนาเทคโนโลยีระบบลำโพงอย่างไม่หยุดนิ่ง Wharfedale เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการสร้างชื่อเสียงนี้ ที่ผ่านมา Wharfedale ได้อยู่แถวหน้าของวงการมาตลอด
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 1932 เมื่อ Mr. Gillbert Briggs ได้สร้างลำโพงคู่แรกของเขา ขึ้นในห้องเก็บของที่บ้านของเขาเองในเขต Liklet เมือง Yorkshire ประเทศอังกฤษ การผลิตก็เพื่อออกขายในแถบพื้นที่ท้องถิ่นซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีแม่น้ำที่ชื่อว่า Wharfe อยู่ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันในชื่อ Wharfedale และที่แห่งนี้เองที่เป็นที่กำเนิดของบรรษัท ที่กลายมาเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตระบบเสียงคุณภาพสูง
และต่อมาในปี 1933 Mr. Gillbert Briggs ก็ได้ก่อตั้งโรงงานขนาดเล็กขึ้นใกล้กับเมือง Bradford เพื่อผลิต Loudspeaker Drive Unit ออกจำหน่าย ในขณะนั้นวิทยุซึ่งเป็น เทคโนโลยีใหม่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก และชื่อเสียงของดอกลำโพงที่ทาง Mr. Gillbert Briggs ผลิตขึ้นนั้นก็ได้กระจายออกสู่วงกว้างมากขึ้น และในปีนั้นเอง เขาก็ได้เข้า แข่งขันประจำปีของสมาคมวิทยุของ Bradford และได้รับรางวัลด้าน Acoustic ทั้งหมดนี้ทำให้ Wharfedale Wireless Work บริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นได้รับความ ไว้วางใจและได้รับการสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก และจากจุดนี้ Wharfedale ก็เติบโตใหญ่ ขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ผลิตสินค้าออกจำหน่ายปีละกว่า 9,000 ชิ้น
การพัฒนาเทคโนโลยีทางอิเล็กทรอนิคในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นก้าวหน้าไปมาก ซึ่งมีผล กระทบต่อวงการระบบเสียงเป็นอย่างมาก ในประเทศอเมริกาทิศทางในความต้องการในระบบ เสียงที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่องและ Wharfedale Pro ก็ผลิตสินค้าเพื่อตอบ สนองต่อความต้องการในคุณภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และในปี 1945 ก็ได้ผลิตลำโพง แบบสองทางตัวแรกขึ้นซึ่งได้กลายเป็นต้อนแบบของลำโพงที่ใช้กันมาถึงทุกวันนี้
ในปี 1958 ทาง Wharfedale Pro ถูกขายให้กับ Rank Organization แต่ Mr. Gilbert Briggs ก็ยังคงควบคุมดูแลบริษัทจนกระทั่งเขาเกษียณในปี 1965 ในช่วง 4 ปีแรกที่ Wharfedale อยู่ภายใต้ Rank Organization นั้นได้มีความก้าวหน้าด้าน เทคโนโลยีสองอย่างเกิดขึ้นคือ เทคโนโลยีการใช้ขอบโค้งที่กรวยลำโพง และการสร้างลำโพง รุ่นแรกที่ใช้ Ceramic Magnet
ในช่วงยุค 60s บริษัทได้ขยายฐานเข้าสู่การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิคมากขึ้น มีการผลิตสินค้า ประเภท Amplifier, Tuner และแม้กระทั่ง Turntable ออกสู่ตลาด บริษัทเติบโตขึ้นอย่าง รวดเร็วพร้อม ๆ กับคุณภาพที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและด้วยการออกแบบที่ดูสวยงาม ทำให้มี ฐานลูกค้าใหม่ ๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมา ในปลายยุค 60s ถึงช่วงต้นยุค 70s แฟชั่นได้มีบท บาทอย่างมากในการออกแบบรูปลักษณ์ของสินค้าเครื่องเสียง จึงมีการใช้วัสดุใหม่ ๆ เช่น Plastic และ Teak Vinyls มาใช้ในการผลิตมากขึ้นเพื่อผู้บริโภคที่ต้องการดีไซน์ที่ทันสมัย
หลังจากช่วงการออกแบบแบบฉาบฉวย แนวโน้มก็กลับมาสู่การออกแบบดั้งเดิม ทำให้ผลิต ภัณฑ์ที่เคยได้รับความนิยมอย่าง ชุด Loudspeaker Kits ได้ถูกผลิตออกจำหน่ายอีกครั้ง ในชื่อว่า Speakercraft เป็นการเปิดตลาดงานอดิเรกขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งมีไลน์ผลิตภัณฑ์หลาย ชิ้นด้วยกัน เช่น Glendale ซึ่งได้รับความนิยมมาก ตลอดเครื่องเสียงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงยุค 70s ได้มีลำโพงที่ได้รับความนิยมมากมายและกลายเป็นรุ่นคลาสสิกอย่าง Lintons และ Daltons ด้วยความที่เป็นที่นิยมของเครื่องเสียงไฮไฟ และความสามารถในการผลิตที่ดี ของโรงงานทำให้ยอดผลิตลำโพงในปี 1977 สูงถึง 800,000 หน่วย
Rank Organization ยังคงทุ่มทุนอย่างหนักกับการวิจัยและพัฒนา และในตอนต้นของยุค 80s ก็เป็นยุคของการวิจัยและพัฒนาที่ตัวเทคโนโลยี การลงทุนในอุปกรณ์การผลิตที่มีเทคโน โลยีสูงทำให้ Wharfedale ใช้วัสดุส่วนประกอบที่มีการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น ได้มีพัฒนาเทคโนโลยีใหม่มากมาย เช่น Laser Holography SCALP (scanned laser probe), FRESP (frequency slice plot) ซึ่งทั้งหมดเป็นเทคนิคทางฟิสิกส์ ที่ทำให้เทคโนโลยีลำโพงนั้นก้าวหน้าไปอีกขั้น และเป็นความก้าวหน้าของวงการอุตสาหกรรม เครื่องเสียง
ในช่วง 90s ทาง Wharfedale ก็ได้กลับมาร่วมงานกับผู้ร่วมอุดมการณ์เครื่องเสียงไฮไฟ อีกครั้ง เนื่องจากทาง Rank Organization ตัดสินใจหันไปมุ่งเน้นทางธุรกิจอื่น จึงขาย Wharfedale ให้กับกลุ่มบริษัทที่ใช้ชื่อว่า Verity Group PLC ซึ่งเป็นเจ้าของ Quad และ Leak ด้วย
Wharfedale Pro
ในช่วงยุค 80s ทาง Wharfedale ได้เห็นโอกาสของตลาดใหม่ตลาดอุปกรณ์ลำโพงและ ระบบเสียงระดับมืออาชีพนั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นที่สนใจของ Wharfedale เป็น อย่างมาก ความจริงแล้วในช่วงตอนต้นของยุค 60s นั้น Wharfedale ได้เคยประสบความ สำเร็จใน P.A. System มาแล้ว และตลาดในยุค 80s ก็มีความชัดเจนขึ้นมาก สถานบันเทิง ต่าง ๆ กลายเป็นธุรกิจใหญ่ขึ้นและต่างต้องการติดระบบเสียงที่มีคุณภาพสูงขึ้น ทำให้มีตลาด รองรับที่ชัดเจน
Wharfedale ได้ทันมาผลิตสินค้า Professional Loudspeaker ที่ใหญ่ขึ้นและให้ เสียงที่ดังขึ้น และได้เข้ามาพัฒนาระบบเสียงสำหรับงานแสดงทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ที่มีค่ามากสำหรับ Wharfedale ซึ่งได้สอนให้ Wharfedale ได้รู้วิธีการผลิตลำโพงบ้านไฮไฟ ให้มีคุณภาพสูงขึ้นอีกด้วย
ในปี 1998 การขยายตัวของตลาดระบบเสียงสำหรับตลาดมืออาชีพนั้นขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ทาง Wharfedale ตัดสินใจแยกแผนกใหม่ที่รองรับเรื่องของระบบเสียงระดับมือ อาชีพโดยเฉพาะเพื่อให้สามารถมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าสำหรับมืออาชีพได้อย่างเต็มที่ และนี่ ก็คือเวลาที่ Wharfedale Pro ได้ถือกำเนิดขึ้น
ในปัจจุบัน Wharfedale Pro ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตระบบเสียงระดับมืออาชีพ ที่มีอัตราเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในโลก ด้วยความตั้งใจที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงแต่ปรับให้ เข้ากับความต้องการและวิธีการใช้ของผู้บริโภคในยุคนี้ นำเสนอสินค้าที่ราคาคุ้มค่า Wharfedale Pro จึงประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของการปฏิวัติและการปรับตัวใน อุตสาหกรรมเครื่องเสียงระดับมืออาชีพ
ผลิตภัณฑ์ของ Wharfedaele Pro อยู่ในระดับดีที่สุดในโลกของระบบเสียงระดับ มืออาชีพ ได้รับรางวัลชนะเลิศด้าน Acoustic Excellence เหมือนกับที่ Mr. Gilbert Briggs ได้เคยทำไว้เมื่อปี 1932 กับ Bronze transducer ของเขา จุดมุ่งหมายและ ปรัชญาเดิมตั้งแต่ยุคก่อตั้งยังคงอยู่คู่กับบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเชื่อที่ว่าการผลิต สินค้าที่ได้คุณภาพที่ดีด้วยราคาที่เป็นธรรมสำหรับผู้บริโภคคือวิธีการธุรกิจที่ดีที่สุด
และในวันนี้ Wharfedale Pro ก็ยังคงอยู่ตรงนี้ฉลองครบรอบ 75 ปี และมองไปใน อนาคตเพื่อความก้าวหน้าด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
Wharfedale อยู่แถวหน้าของการเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีระบบลำโพงคุณภาพสูงมาตั้งแต่ปี 1932 ประสบการณ์ในการเป็นผู้ออกแบบและผู้ผลิตระบบเสียงที่สะสมมาเป็นเวลากว่า 75 ปี ทำให้สามารถแน่ใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของ Wharfedale Pro นั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่ นอน
ในปัจจุบัน Wharfedale Pro เป็นหนึ่งในแรงผลักดันหลักในการแข่งขันกันในตลาด ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงระดับมืออาชีพ (Professional Market) ทั้ง Amplifier, Mixing Desks, Effect Modules, Equalizers, Loudspeaker มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย มากมายเพื่อการตอบสนองต่อผู้บริโภคในทุกความต้องการ
ทำความรู้จักกับเรา
Wharfedale Pro เป็นส่วนหนึ่งของ International Audio Group (IAG) ตั้งแต่ปี 1996 โดย "บริษัท โฮม ไฮ-ไฟ จำกัด" ได้นำเข้ามาสู่ตลาดประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2004 โดยในปัจจุบัน บริษัท โฮม ไฮ-ไฟ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้ง ออกแบบ และจัดจำ หน่ายสินค้าประเภท Audio-Visual-Lighting ที่มีอัตราการเติบโตเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ และยังเป็นผู้นำเข้าสินค้าที่มีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกมากมาย เช่น Wharfedale Pro, Cerwin-Vega!, Audio-Technica, American Audio, American DJ, Furman, KEF, Mission, Sherwood, QED, Systemline, Myryad และ Bosswood สินค้าที่อยู่ภายใต้ "บริษัท โฮม ไฮ-ไฟ จำกัด" นั้นหลากหลายครอบคลุมทั้งกลุ่ม Consumer และ Professional ทั้งยังเติบโตขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ ด้านระบบแสงสำหรับมืออาชีพ ซึ่งก็คือ Coef, Apogee Lighting และ F.A.L จากอิตาลี
ในวันนี้ Wharfedale Pro ในฐานะที่เป็นแบรนด์สินค้าที่ "บริษัท โฮม ไฮ-ไฟ จำกัด" นำเข้ามาทำการตลาด ขอประกาศผลของความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจกับท่าน ทั้งหลายถึงความมุ่งมั่นที่จะสืบทอดตำนานที่สืบเนื่องมาเป็นเวลากว่า 75 ปี และจะขอเป็นส่วน ร่วมหลักในเส้นทางสู่อนาคตอย่างมุ่งมั่นร่วมกับท่านตลอดไป......